วันที่
21 ตุลาคม
2546
ระหว่างเดินทาง เส้นทางที่
106
เวลา 04.00 น.
ของผ่านโค้ง อ.ลี้
จังหวัด ลำพูน เส้นทางโค้ง เยอะมาก หมอกหนาทึก สลับโค้งหักศอก คล้าย ๆ
กับว่า นี่คือเส้นทางชิมลางของต่อนั่นเอง แม่ฮ่องสอน
จะเจอมากกว่านี้ใช่หรือเปล่าเจ้าคะ
เรามาถึงเชียงใหม่ ตอนเช้า แวะกินข้าว ซื้อสเบียง
หลังจากนั้นก็เดินทางต่อ ชั่วโมงกว่า ๆ พวกเราก็มาถึง สุงสุดแดนสยาม
(1)อช.ดอยอินทนนท์
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
เป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าสำคัญในการเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของลำน้ำแม่ปิง
ช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของชาวไทยในภาคเหนือและที่ลุ่มภาคกลางให้มีความอุดมสมบูรณ์มาช้านาน
ด้วยเนื้อที่
482 ตร.กม.ซึ่งประกอบด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน
มีระดับความสูง-ต่ำของพื้นที่แตกต่างกันมาก
ตั้งแต่ประมาณ 400 เมตร
จากระดับน้ำทะเลจนถึงยอดดอยอินทนนท์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยประมาณ
2,565 เมตร จึงทำให้อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ประกอบด้วยกลุ่มของสังคมพืชและป่าชนิดต่าง
ๆ ที่มีความหลากหลายสูงตั้งแต่ ป่าเต็งรัง ป่าผสมผลัดใบ ป่าดิบแล้ง
ป่าดิบเขา และสังคมพืช กึ่งอัลไพน์
ซึ่งจะพบเห็นเฉพาะในบริเวณที่มีระดับความสูงตั้งแต่ 2,000-3,000
เมตรและมีหน้าผาสูงชันเท่านั้น
พวกเราได้แวะศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ปกติ
จะเปิดให้เข้าใช้เส้นทางดังกล่าว ตั้งแต่ วันที่
1
พย. เป็นต้นไม้
พวกเรามากันเป็นคณะ จึงขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยนำทาง
เปิดทางให้พวกเราได้ศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
กิ่วแม่ปาน
เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอยู่บริเวณกิโลเมตรที่
42
ของถนนจอมทอง-ดอยอินทนนท์ ที่ระดับความสูงประมาณ
2000 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความยาวประมาณ
3 กิโลเมตร เส้นทางนี้
มีลักษณะเป็นวงรอบที่เดินลาดชันขึ้นไปทางทิศตะวันตกจนกระทั่งถึงบริเวณสันกิ่วแม่ปานและอ้อมวกลงมาทางใต้ตามสันกิ่วซึ่งเป็นทางลาดชันลงและในที่สุดจะวกกลับมาทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทางลาดชันขึ้นอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปบรรจบกับทางเดินเข้ามาในครั้งแรก
พวกเราติดตามเจ้าหน้าที่โดยตลอด
ได้เจอลอยเท้าสัตว์ป่า ได้เจอสะพานมอส ต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมไปด้วยมอส
สีเขียวชุ่มชื้นตลอดการเดินทาง พวกเราเดินมาสักพักก็ได้พบกับน้ำตก
เถาวัลย์ เฟริ์น ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ ธรณีสันฐานกิ่วแม่ปาน
บนสันเขาที่พวกเรากำลังเดินอยู่นั้นจะแคบและมีไหล่เขาสองข้างลาดชันสูงมาก
เดินลงมาตามแนวสันเขา
ด้านขวามือจะมีต้นช้ามะยมดอยขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นผืนใหญ่ตามลาดเขา
ช้ามะยมดอยเป็นไม้พุ่มในวงศ์กุหลาบดอย ตามชันเขาจะพบกุหลาบพันปี
มีลักษณะลำต้นที่คดงอและแคระแกรนด้วยแรงลมปะทะหน้าผา
ลักษณะดอกสีแดงบอบบาง
พวกเราได้ศึกษาธรรมชาติ ประมาณ สอง
ชั่วโมง ออกจากป่ามา หิวโซกันใหญ่เลยค่ะ สั่งส้มตำของชาวบ้านมากินกัน
มีไส้อั่วด้วย อร่อยมากค่ะ โมโหกันเปล่าเนี่ย
หลังจากนั้น
ทางผ่านเราได้แวะไหว้พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระธาตุนภพลภูมิสิริ
เราได้เดินดูพันธุ์หมายแปลก ๆ ด้วย
พวกเราเจอ เพื่อนสองคน (ตุ๋ม+เด่น)
ดีใจมาก ที่ได้เจอเพื่อน ๆ เลยชวนไปค้าง อช.ออบหลวงด้วยกัน
พวกเรามุ่งหน้าสู่อช.ออบหลวง โดยผ่าน อ.แม่แจ่ม
เส้นทางถนนลาดชันมาก ๆ จนผ้าเบรคไหม้ ค่อย ๆ วิ่งมาเรื่อย ๆ วิ่งบ้าง
พักบ้าง จนต่อรู้จังหวะเบรค ต่อจึงตัดสินใจ ขับลงช้าๆ จนมาถึงหมู่บ้าน
ถามเขาตลอดทาง ว่า ร้านเปลี่ยนผ้าเบรค อยู่ไหน ไกลไหม๊
จนในที่สุดเราก็ใช้เวลา 1 ชม.
ในการเปลี่ยนผ้าเบรคจนเสร็จ
พวกเราเดินทางต่อสู่ อช.ออบหลวง
อ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง อีก 46
กม. และแล้วเราก็มาถึง
(2) อช.ออบหลวง
หกโมงเย็น เป็นคืนแรกที่พวกเราจะได้กางเต็นท์ โดยเสียค่าธรรมเนียม
30 บาท ต่อคน
อุทยานแห่งชาติออบหลวง
มีพื้นที่ประมาณ
553 ตร.กม.
ครอบคลุมพื้นที่ผ่าสงวนในเขตท้องที่ อ.จอมทอง
อ.ฮอด และ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนของเทือกเขาถนนธงชัยซึ่งทอดตัวต่อเนื่องมาจากดอยอินทนนท์
มียอดดอยสูงที่สุดคือยอดดอยปุยหลวง สูงประมาณ 1,502
ม. มีลำน้ำแม่แจ่มไหลผ่านกลางพื้นที่สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าผลัดใบ
ซึ่งยังคงความสมบูรณ์ สัตว์ป่าที่พบได้แก่ เก้ง กวาง หมูป่า ลิง
และนกชนิดต่าง ๆ
ได้ทำอาหารค่ำกันทันที ประมาณ สี่ทุ่ม พวกเราก็นอนกัน
ทั้งคืนเราได้ยินเสียงน้ำในลำธารดังซู่ซ่า คล้ายฝนตกตลอดคืน
อากาศชั่งดีเหลือเกินค่ะ