|
โปรแกรมช่วงบ่ายก็พักผ่อนตามอัธยาศัยนัดแนะอีกทีก็ไปเดินดูพระอาทิตย์ตกดินที่จุดชมวิว
เริ่มออกจากเต็นท์ที่พักตอน บ่าย 3 โมงเย็น
เดินไปเรื่อย ๆ ผ่านหลังคาเขาอีก 2
หลังกว่าจะไปถึงยอดประมาณ 1,400
ที่เป็นจุดชมวิวก็เล่นเอาหอบ เพราะทางมีทั้งขึ้นและลงไม่ใช่ทางเลียบตลอดเส้น
ระยะทางแค่ 3 กิโลเมตร
แต่ไกลกว่านั้นในความรู้สึกมันกระตุ้นให้นึกอีกแล้วว่า เรามาทำไมเนี่ย
บ่อยครั้งแต่ในการเดินป่าแต่ละรอบที่คำถามนี้ผลุดขึ้นมาในใจ เหนื่อยก็เหนื่อย
พระอาทิตย์ก็ดวงเดิม ๆ ทำไมคนดั้นด้นมาดูกันจัง
แต่พอไปถึงจุดที่หมายความรู้สึกเหนื่อย ท้อ ก็หายไปแว้บ
เราใช้เวลาเดินกันประมาณ 1 ชม.
และนั่งรอให้พระอาทิตย์แสดงโชว์ตกดินอีก 2
ชม. บรรยากาศรอบ ๆ
ตัวเย็นลมพัดปานกลาง
ฟ้าไม่เปิดเท่าที่ควรแต่ก็ทำให้พวกเราเห็นขอบสันเขื่อนภูมิพลราง ๆ
และเห็นยอดดอยสอยมาลัยที่เราเพิ่งผ่านมากันตอนเที่ยง อืม
เราก็ข้ามเขามาไกลจนไม่น่าเชื่อ
ระหว่างรอก็เป็นกิจกรรมการละลายพฤติกรรม
มุขเฮมุขฮาจากคนนั้นมาสู่คนนี้เริ่มบรรเลงขึ้น
ด้วยที่พวกเรามาแบบไม่รู้จักซะเป็นส่วนมากการพูดคุยเลยเป็นการละลายพฤติกรรมที่ดี
พระอาทิตย์ทำหน้าที่แสดงโชว์ตอน 6 โมงเย็นนิด ๆ ค่อย
ๆ ทอดต่ำลงหลายคนจับภาพแบบไม่ยั้ง และอีกไม่น้อยที่เก็บภาพนั้นไว้ในความทรงจำ
โชคดีเป็นของพวกเราอีกรอบที่มีครอบครัวหนึ่งขับรถขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกดินด้วย
พอจบการแสดงพวกเราเลยได้อาศัยรถพี่เขากลับลงมายังที่พัก
น้ำใจคนเที่ยวป่ามีให้เห็นบ่อยครั้งแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม
เพราะหลังจากถึงที่พักก็ขอบคุณพี่เขา พี่เขาบอกว่า
ไม่เป็นไรคนเที่ยวป่าต้องช่วยเหลือกัน ฟังแล้วซึ้งจริง ๆ นะพี่
อากาศคืนนี้เย็น ท้องฟ้าเปิด ที่นี้ใช้ไฟปั่นและจะปิดตอน 2
ทุ่ม กิจกรรมรอบดึกก็ตามอัธยาศัยอีกเช่นเคยบางคนก็อาบน้ำ
บ้างก็เอากล้วยที่คุณนายให้มาปิ้ง บ้างก็ต้มถั่วเขียว พี่ปิยะนั่งคุยกับเจ้าหน้าที่
แว้บเข้าไปฟังมาบ้างก็ทำให้คิดได้หลายเรื่อง
ที่นี้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทำให้มีการยันพื้นที่กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ก่อน
เพื่อไม่ให้ชาวบ้านรุกพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น
อาชีพหลักของชาวบ้านร้อยกว่าหลังคาเรือนที่นี้ก็คือ ปลูกกะหล่ำ
แม้จะได้กิโลกรัมละ 1.50 บาท
แต่เก็บเกี่ยวทีก็ได้เป็นแสนบาท คิดเปรียบเทียบดูเล่น ๆ
หนึ่งครัวเรือนจะมีพื้นที่ขนาดไหน
ส่วนงานหลักของเจ้าหน้าที่อีกอย่างก็คือ การทำแนวกันไฟ
กันไม่ให้ไฟป่าไหม้ลุกลามไปทั่วป่า
ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ที่ประจำหน่วยนี้มีอยู่ 5 คน
สับหมุนเวียนกันทำแนวกันไว้และดูแลที่ทำการ
งานอาจจะไม่ทั่วถึงแนวกันไฟจึงช่วยได้มากแทนที่จะต้องไปดับเองในเวลาที่เกินไฟไหม้จริง
ๆ คืนนี้พวกเราก็ได้เห็นเปลวไฟไหม้บนภูเขาด้านหน้าทางทิศตะวันออก
และก็ได้แต่หวังว่าที่กันไฟจะทำหน้าที่ของมันได้ดี
เช้าแล้วพระอาทิตย์ดวงกลมโต ส่องไล่ความเย็นไปอย่างไม่ใยดี
วันนี้ฟ้าแจ้งใสกระจ่าง
ฟ้าเป็นสีฟ้าท้าให้นักเล่นกล้องทั้งหลายหามุมจับความงามกันตามความถนัด
อาหารเช้าเป็นแบบหรูระดับภัตราคาร ไข่ดาว ไส้กรอกทอด
ขนมปังจะเลือกหน้าแยมผิวส้ม หรือทูน่าสเปรดก็ตามถนัดตักกันเอาเอง
กาแฟหรือโอวันตินก็มีให้เลือก สุขขีกันทั่วหน้า ในตอนแรกพี่ปิยะนัดรถเจ้าหน้าที่ให้มารับที่นี้ตอน
11 โมงเช้า แต่เจ้าหน้าที่ขึ้นมาเร็ว 10
โมงก็มาจอดรอที่ข้างเต็นท์แล้ว
แต่พวกเราก็ไว้จัดเก็บของเสร็จไม่นาน
แล้วก็รวมพลถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกกับเจ้าหน้าที่
ขากลับวันนี้อากาศเปิดมากกว่าเมื่อวาน
แดดแรงฝุ่นคลุ้งตามหลังรถกระบะตลอดเส้นทางที่เราผ่าน สำหรับวันนี้พี่ปิยะพาเราไปยังเขาหัวโล้นแยกขวามือที่หน่วยย่อยดอยสอยมาลัยซึ่งจะต้องผ่านจุดจัดการต้นน้ำเขื่อนภูมิพล
จากแยกถึงจุดจัดการต้นน้ำ 2 กิโลเมตร
พวกเราแวะพักทางข้าวกลางวันที่จุดนี้
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ขับรถขึ้นไปยังยอดเขาหัวโล้นด้วยระยะทาง 3
กิโลเมตรเราก็ไปยืนตรงยอดเขา
บริเวณโดยรอบไม่มีต้นไม้ใหญ่มีเพียงหญ้าต้นเล็ก ๆ ยอดผักกูดที่แย่งกันชูยอด
ที่จริงบริเวณนี้ไม่ได้มีชื่อว่าเขาหัวโล้นและแต่ก่อนก็มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกติแต่หลังจากถึงบุกรุกจนไม่เหลือต้นไม้
ชื่อเล่นของยอดเขานี้ก็เกิดเป็นเขาหัวโล้น
เคยดูรูปเขาหัวโล้นที่จังหวัดกาญจนบุรีภาพที่ได้สวยเพราะเมื่อไม่มีต้นไม้
สิ่งที่จะมาดึงจุดสายตาก็จะเป็นก้อนหินและท้องฟ้า รอยสันเขา
ที่นี้ก็เช่นกันมีก้อนหินก้อนใหญ่ ๆ วางไม่เป็นระเบียบแต่ดูเป็นศิลป์
ก้อนเมฆที่กระจายแตกรายงาอยู่บนฟ้า ธรรมชาติช่างบรรจงสิ่งสวยงามได้ถึงปานนี้
มาถึงตอนนี้คำถามที่ค้างมาจากวันแรกที่เดินไปดูพระอาทิตย์ตกก็หมดไป
เรามาเดินป่าให้ลำบากทำไม ไม่อยากจะคิด ไม่อยากจะตอบ
เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันไม่ต้องการคำอธิบาย
|